‘ซูโม่เจี๊ยบ’ ใช้เงินเก็บสุดท้ายประทังชีวิต

‘ซูโม่เจี๊ยบ’ ไม่มีรายได้หลังไร้คนจ้าง กล้ำกลืนสอนลูก ไม่อยากให้เป็นเหมือนพ่อ

นักร้องรุ่นใหญ่ เจี๊ยบ วัชระ ปานเอี่ยม ที่ล่าสุดเจ้าได้ออกมาโพสต์ภาพพร้อมข้อความประมาณว่า “อะไรเอ่ย ตกงาน 100 เปอร์เซนต์

ช่วงปีใหม่อยู่บ้าน ตื่นเช้าๆ จัดรายการเพลงฝรั่งทางแอปก็แล้วกัน เรียกได้ว่าทำอะไรได้ก็ทำไปก่อน” เรียกได้ว่าเป็นอีกศิลปินดังยุค 80 เลยทีเดียว

หนึ่งในสมาชิกวงดังในตำนาน วงเฉลียง ที่วงดนตรีที่เกิดจากการรวมตัวของนิสิตที่มีความสามารถ โดยแต่ละเพลงถือว่าเป็นเพลงอินดี้ คลาสสิกสุดๆในสมัยนั้น

โดย เจี๊ยบ วัชระ ได้เป็นหนึ่งในซูโม่สำอาง ต่อมาได้เป็นพิธีกรรายการเวทีทอง ซึ่งนับเป็นรายการแรกในการเป็นพิธีกรของเขา ปัจจุบัน เจี๊ยบ วัชระ ได้ผันตัวเอง

เป็นไปอยู่เบื้องหลังและงานอื่นๆ ที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ในเรื่องต่างๆเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันกำลังสนุกกับการทำหน้าที่เป็นนักแสดง, ผู้กำกับ, ที่ปรึกษาบทละคร

ภาพยนตร์อิสระที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดี ล่าสุดได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจุบันไม่มีงานเลย งานน้อยลงกว่าเดิมมาก ด้วยอาจจะเพราะคนคิดว่าเราหันไปทำงานเบื้องหลัง

แล้วเป็นผู้กับกำหรือเป็นนักเขียนแล้วก็ตาม ซึ่งจริงๆแล้วขอประกาศตรงนี้เลยว่ายังคงรับงานแสดงปกติเหมือนเดิม และไม่เลือกบทจะให้เล่นบทอะไรก็ได้เล่นได้หมด

ตัวประกอบก็เล่นได้ ขอแค่มีงานเข้ามาเท่านั้นพอ พร้อมกับเผยถึงสถานการณ์ชีวิต ที่ปัจจุบันต้องเป็นอีกหนึ่งกลุ่มคนบันเทิงที่ตกที่นั่งลำบาก เป็นคนตกงาน 100 เปอร์เซ็นต์

แล้วก็นักดนตรี ถ้าเราไม่มีคอนเสิร์ตใหญ่ เราก็จะไปเล่นเล็กๆตามร้านอาหารหรืออะไรที่เป็นร้านกาแฟสวนเปิดๆกินลมชมดาวอะไรก็ว่ากันไป คือรายได้ที่เราเคยได้รับคือ

ศูนย์บ. นั่งนิ่งๆอยู่กับบ้านซ้อมดนตรี เล่นดนตรีกันไปก็หันมาถามกันว่า ซ้อมกันไปทำไมกัน พวกเราเพื่อไว้ๆก่อน คือตกงานเต็มๆ ส่วนงานแสดงคือเรารับจ้างไม่ได้เสร็จ

ไม่ได้ปิดกล้องเงินไม่ออก พอมาถึงตอนนี้ พี่ประคองตัวไว้จาก เงินบางก้อนเงินที่เหลืออยู่บ้าง ในบางส่วนเราก็รัดเข็มขัดกันสุดๆโชคดีที่ลูกชายทำงานแล้ว แต่ก็ยังมีลูกสาวอีกคน

ที่ยังเรียนไม่จบ ตอนนี้เรียนปีสุดท้ายแล้ว ส่วนคุณแม่ก็บอกท่านว่าเก็บค่าเช่าสวนไปก่อนนะ ช่วงนี้ลูกไม่ได้เลี้ยงนะ ส่วนภรรยาเขาก็สนุกสนานกับงาน DIY แล้วก็ทำขนมขายออนไลน์

ก่อนทิ้ งท้ายไว้ว่า คนเป็นพ่อสอนลูกทั้งสองคนเลยนะ ว่าไม่อยากให้มีอาชีพเป็นเหมือนพ่อ เพราะเป็นอาชีพที่หิว ที่บอกว่า หิว เพราะเราทำอาชีพนี้มาเราบอกได้เลยว่า

เราไม่สามารถเป็นอาชีพที่อิสระตั้งว่าฉันจะทำอันนี้ตรงนี้ จัดคอนเสิร์ตแล้วมาดูมันต้องมีผู้จัด ผู้จ้างเพราะอย่างนั้นถ้าไม่มีคนจัด เราก็หิว ตอนที่ลูกจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย

ลูกชายเขาก็เจอว่าเขาอยากเล่นดนตรี อยากเรียนดนตรีผมก็รู้จักเพื่อนๆน้องๆที่ทำอยู่ในวงการดนตรีแล้วแต่เขาไปเรียนดนตรีด้านเชิงเชิงพาณิชย์เอาดนตรีไปสร้างเงิน

About supatsorn Truststore Columnist

View all posts by supatsorn Truststore Columnist

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น