บ้าน ‘ไบร์ท นรภัทร’ เหลืออีกแค่ 3 ปี หาเงินมาเลี้ยงครอบครัว

เหลืออีกแค่ 3 ปี ล้มลุคคลุกคลาน หาเงินมาเลี้ยงครอบครัว
อดีตอยู่ตึกแถว ‘ไบร์ท นรภัทร’ เคยทำให้พ่อแม่เสียใจ วันนี้ภูมิใจมีบ้านให้แม่ได้อยู่

สลัดภาพ “พระเอก” สายละมุน กลายเป็นพระเอกร้ายๆสุดมั่นหน้า สำหรับ ไบร์ท นรภัทร วิไลพันธุ์ นักแสดงหนุ่มละคร “ใต้หล้า” ช่องวัน 31

ของ “หิรัญ” แบบชุดใหญ่ ตอกย้ำความฮอตงานนี้เลยต้องคว้าหนุ่มไบร์ทมาอัปเดตชีวิตที่เจ้าตัวยอมรับเล่นเรื่องนี้เกิดอาการอินหนักกับบท “หิรัญ” ถึงขั้นละเมอให้คนที่บ้านตกอกตกใจ

มีความโลดโผนในตัวตน “สุดมาเยอะครับ” พอมองย้อนกลับไป รู้สึกยังไง “ไม่เสียใจ ไม่เสียดาย รู้สึกว่าโชคดีที่ผ่านเรื่องราวนั้นมา แล้วยังรอด

ผมว่าเป็นความทรงจำไม่ว่าดีหรือเลว หล่อหลอมให้ผมเป็นทุกวันนี้ เรารักครอบครัว รักเพื่อน เราอยากเลี้ยงพ่อแม่ นี่คือสิ่งที่เราอยากเป็น และเราไม่รู้ว่าเราเป็นได้ เรื่องดี ไม่ดี ส่งผลต่อเราในวันนี้”

จุดเปลี่ยนพลิกชีวิตจากความเกเรมาได้ยังไง “ผมเกเร แต่ไม่ทิ้งการเรียน ผมขึ้นชื่อเรื่องห้องปกครอง แต่เกรด 3.9 เรื่องเรียนไม่เคยทิ้ง

พ่อแม่คาดหวังให้เรียนให้ดี วัยทำงานก็มีสิ่งที่ผมยึดไว้คืองาน แต่ที่ทำให้ผมเปลี่ยนไป คือการทำงาน ผมเข้ามาทำงานตรงนี้

ผมก็คิดว่าเราถึงเวลาเปลี่ยนแปลง เราออกจากวัยรุ่นก่อนคนอื่น แต่บั้นปลายชีวิตเราน่าจะได้ดี คุ้มมากกว่า”

ช่วงวัยรุ่นเกเร ครอบครัวปวดหัว “พ่อแม่ไม่ได้ห่วงเรื่องเรียน เพราะผมไม่เคยทิ้ง เค้าจะห่วงเรื่องบาดเจ็บ มีอะไรผมเล่าให้แม่ฟังตลอด

แม่เห็นผมเจ็บหนัก และเป็นคนทำแผลให้ ทำไปร้องไห้ไป ผมรู้สึกผิดนะ เพราะมันเป็นช่วงตอนเด็ก” เคยทำให้พ่อแม่เสียใจ แต่วันนี้พ่อแม่ภูมิใจ


“ผมภูมิใจมากตอนนี้เร็วกว่าที่คิด ผมกำลังจะอายุ 25 อย่างน้อยผมก็เลี้ยงตัวเองกับแม่ได้ แต่ยังเลี้ยงพ่อไม่ไหว (หัวเราะ) ผมเพิ่งมาเข้าใจความรู้สึกพ่อ


รู้ว่าพ่อเหนื่อยและเสียสละมาก เพื่อเป็นหัวหน้าเลี้ยงทั้งครอบครัว ในทางกลับกัน ตอนนี้ผมหาเงินได้มากกว่าพ่อ แต่กลับไม่มีเงินเหลือ

ผมจะพยายามทำเต็มที่มากกว่านี้ เพื่อเลี้ยงดูครอบครัวให้ได้ก่อนที่พ่อเกษียณครับ” คนมองลุคเราแบดบอย “คนเห็นผมภายนอก ท่าทาง หน้าตา

ผมก็โดนตัดสินแบบนั้นไปแล้ว เหมือนเป็นคาแรกเตอร์ผมไปแล้ว ยิ่งทำงานตรงนี้เจอคนสวยตลอดเวลา ถ้ามาเจอคนไม่เชื่อใจอีก ผมก็ได้แค่ประคับประคอง”

กับเป้าหมายที่วางไว้ “ผมอยากเป็นพิธีกร ผมขอเวลา 3 ปี ต้องได้เป็นพิธีกร แต่ตอนนี้ ขอทำนักแสดงให้เก่งก่อน แล้วค่อยเพิ่มพิธีกรเข้ามา ตอนนี้พูดยังไม่เก่ง

คอนโทรลไม่ได้ แต่ถ้าได้ฝึก ทำได้แน่ ไม่กลัว ตอนเข้าวงการโดนด่า เล่นไม่ดี เล่นแข็ง อยากให้คนจำผมใหม่ก่อนว่าผมเก่ง อยากให้คนยอมรับในความสามารถก่อนครับ”.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น