ปัจจุบัน ‘ธงชัย ประสงค์สันติ’ อยู่เรือนไทย 100 ไร่กลางป่า

ลาบ้านเก่าหอบ ‘พอดีคำ’ ซบช่องใหม่!
‘ธงชัย ประสงค์สันติ’ หลังออกช่อง7 อยู่เรือนไทย 100 ไร่กลางป่า

‘ธงชัย ประสงค์สันติ’ ที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับชื่อของผู้ชายคนนี้ เพราะธงชัยอยู่ในวงการบันเทิงมานานหลายสิบปีแล้ว ขึ้นแท่นผู้กำกับละครชื่อดัง ที่ล่าสุดได้ย้ายตัวเองจากช่อง 7 หันมาซบช่องวัน

“รู้สึกขอบคุณช่อง 7 ที่ให้โอกาสเรา ให้โอกาสมาตั้งแต่ยุคของ ‘คุณแดง สุรางค์’ เราเป็นเกียรติที่ได้ทำละครกับช่อง 7 แล้วช่อง 7 แข็งแรง ผลักดัน ‘พอดีคำ’ มาได้ไกลมาก แต่สุดท้ายก็ต้องมีจาก จากกันด้วยดี

ตอนนี้มีแพลตฟอร์มมากมายบุกมา แล้วผมก็อายุเยอะแล้ว ถึงเวลาที่จะให้ลูกมาบริหาร เพราะมีอะไรที่เราทำไม่ได้เยอะแยะ แล้วพอมีคนรุ่นใหม่มาเราต้องขยายงาน และไปได้ไกลหน่อย

ความฝันเราคืออยากทำภาพยนตร์ เราคงคิดตอนนี้จะค่อย ๆ วางมือ แล้วให้คนรุ่นใหม่มาทำงาน ผมรักงานทุกชิ้น รักทุกอย่าง พอถึงวันเปลี่ยนแปลง ผมหวั่นไหวในความรู้สึกมาก

ตอนนี้ผมเหมือนเป็นครูบ้านนอกย้ายไปในเมือง งานขยายใหญ่มาก แต่ต้องสู้ ไม่อย่างนั้นบริษัทผมหาย” ธงชัยกล่าวเสริมว่า ตนอยากวางรากฐานให้ลูก และไม่มีความขัดแย้งใด ๆ

ไม่มีการน้อยใจ ‘วิกหมอชิต’ ที่เสนองานไปแล้วไม่ตอบรับ ตามที่มีข่าวลือ มีเพียงความต้องการอยากขยับขยาย อีกทั้งการตัดสินใจครั้งนี้ไม่มีทำให้ช่อง 7 สั่นสะเทือนแต่อย่างใด

“โอกาสที่กลับมาก็มี แล้วผู้จักคนอื่นเขามีเยอะด้วย เราก็ใจหาย แต่ต้องไป แล้วที่ผมไปเขามีอะไรให้ผมทำพอสมควร ผมอาจไปทำพิธีกรคลายเหงา แต่ที่เหลือภรรยาและลูกทำ

ชีวิตผมก็ไม่เรียบง่าย ต้องเผชิญกันไป ที่ว่าละครโทรทัศน์อาจจะเรตติ้งน้อยลงเพราะความนิยมของสถานีโทรทัศน์ใหม่ก็ต้องปรับกันไป เราเผชิญด้วยสติ ทุกอย่างที่มาจากสองมือของเราเรายอมรับได้อยู่แล้ว

เราต้องยอมรับว่าวันหนึ่งเราต้องชราลงทั้งร่างกายและความคิด สิ่งที่เราเห็นก็คือความไม่ประมาท ที่จะบอกลูก เพราะเราผ่านมาเยอะแล้ว แต่สิ่งที่เขามีคือกล้ามเนื้อที่แข็งแรง

มีความคิดที่ร่วมสมัย บังเอิญว่าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านโทรทัศน์มันผ่านไปเยอะ ผมถือว่าผมโชคดีมากที่ดันลูกชาย แล้วลูกชายเขาจบฟิล์ม จะพูดว่าผมเป็นป๋าดันลูกชายอย่างนั้นก็ไม่ถูก

ของผมได้มาด้วยการพิสูจน์ตัวเอง ลองให้มันทำสิ ผมก็แบบเดียวกับเขาเลย คุณต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง ภรรยาบอกว่าทำไมไม่เข้าไปกอง ผมเข้าไปกอง แต่กองลูกไม่เข้าไป ผมอยากให้เขาเจอ

เราอยู่วงการมานานถามว่าวงการนี้ให้อะไรกับเรา ก็ให้สัจธรรมกับชีวิตมาก ไม่มีอะไรแน่นอน ดัง ดัง และดัง ลง ลง และลง ก็มีอยู่แค่นั้น ไม่มีอะไรนานเลยสักอย่าง เหมือนละครซ้อนละคร

สะท้อนให้เห็นชีวิตจริงมากขึ้น ชื่อเสียงที่ค่อย ๆ หายไป แต่ถ้าถามคำถามนี้ในสมัยหนุ่ม ๆ วงการบันเทิงก็ให้ทรัพย์สิน เงินทอง ชื่อเสียง ชีวิตที่ดีขึ้น ให้ความฝันที่ฝันเรามา (ยิ้ม)

พี่ชอบพูดกับภรรยานะว่า เราสองคนมาไกลมากเลยนะ จะไปหยุดกันตรงไหนนะ แต่พออยากหยุดก็เป็นห่วงลูกน้อง เหมือนที่เขาพูดกันว่าขี่หลังเสือแล้วก็ต้องไป

แต่เราก็ไปในแบบของเรา ไม่ต้องกู้หนี้ยืมสิน ไม่อยากมีหนี้เยอะ ไปตามน้ำ เพราะมันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อยู่ช่อง 3 มาอยู่ช่อง 9 จากช่อง 9 มาอยู่เวิร์คพอยท์ ออกจากเวิร์คพอยท์มาอยู่ช่อง 7 ออกจากช่อง 7 มาอยู่ช่องวัน มันมีแต่การเปลี่ยนแปลง”

About Supawadee Truststore Columnist

View all posts by Supawadee Truststore Columnist

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น