ล่าสุด ‘แอน กรุณา’ ชีวิตเปลี่ยน ขายน้ำพริกเลี้ยงชีพ

เปลี่ยนไปอย่างกับคนละคน!
ชีวิตล่าสุด ‘แอน กรุณา’ กลายเป็นแม่ค้าขายน้ำพริก หลังไร้เงาในวงการ

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องจำได้ ด้วยบุคลิกและการพูดที่มีเอกลักษณ์ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่มีความสามารถมากไปด้วยฝีมือ สำหรับ ‘กรุณา มอริส’

นักแสดงสาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ซึ่งเธอมีชื่อเสียงจากการแสดงโฆษณา ‘มิสทีน’ เมื่อปี 1998 จากนั้นทางค่าย ‘กันตนา’ ได้ชักชวนเธอไปแสดงละครโทรทัศน์เรื่องแรกคือ ‘สี่แสบ’ ทางช่อง 5

และมีผลงานละครมากมาย อาทิ เช่น ‘โคกอีเลิ้งหรรษา’ เป็นต้น และก่อนหน้านี้หลาย ๆ คนก็คงจะคุ้นชินกับรูปร่างของเธอ ซึ่งเธอมีน้ำหนักกว่า 150 กิโลกรัม

ทำให้เธอได้รับบทในละครพื้นบ้าน ทางช่อง 7 อยู่บ่อย ๆ แต่ภาพล่าสุดของ ‘กรุณา มอริส’ ดูผอมและสวยขึ้นมาก ๆ จนแทบจำไม่ได้ ซึ่งเธอก็ได้ออกมาเปิดเผยว่า

ใช้วิธีลดน้ำหนักอย่างจริงจังตามธรรมชาติ ทำให้รูปร่างดูดีขึ้น และสุขภาพดีขึ้น ทำให้ตอนนี้น้ำหนักของเธออยู่ที่ 90 กิโลกรัม เท่านั้น และล่าสุดเชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจจะคิดถึง

‘กรุณา มอริส’ เพราะปัจจุบันเธอไม่ค่อยได้รับงานในวงการบันเทิงสักเท่าไหร่ เนื่องจากได้หันไปทำน้ำพริกกะปิขาย ซึ่งต้องบอกเลยว่าน้ำพริกของเธอนั้นขายดีสุด ๆ อีกด้วย

“เราเริ่มมาดังจากโฆษณา ‘มิสทีน’ ตอนนั้นดังมากทำให้ชีวิตเราเปลี่ยน เรากลายเป็นไอดอลคนรูปร่างใหญ่เพราะสมัยก่อนมันไม่มีคนรูปร่างแบบนี้คนไหนดัง

เรากลายเป็นคนอ้วนที่คนรักเราทั้งประเทศเลย เราดังมากคนรู้จักหมดเลย ออนแอร์กลางคืนเช้ามาดังเลย รายการแย่งกันไปออกเรารถตู้มาดักแย่งชิงตัวเราออกรายการ

ไปมาหมดแล้วทุกรายการ มันก็เลยไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าความอ้วนมันเป็นปัญหาในชีวิตเรา ก็ยังกินอะไรปกติไม่สนใจน้ำหนัก ไม่สนใจผู้ชายไม่ได้อยากผอม เราใช้ความสามารถในการทำงาน

คือถ้ารูปร่างแบบนี้ก็อาจจะไม่มีงาน แต่หลังจากหายจากหน้าจอ เราก็พยายามลดพวกแป้งจากเคยกินกาแฟเย็นก็มากินกาแฟดำ จากที่เคยกินข้าวขาวก็มากินข้าวไรซ์เบอรี่เพราะมันจะเป็นไฟเบอร์ไม่สะสมเป็นน้ำตาล

บวกกับตัวช่วยที่เป็นอาหารเสริมลดน้ำหนักมันเป็นบุที่ทำให้อิ่ม ก็เลยทำให้เราลดได้เร็วมากยิ่งขึ้น ปัญหาของคนรูปร่างใหญ่ก็คือกินแล้วไม่อิ่ม พออดมื้อนี้มือหน้ามันโหยก็จะกินมื้อหน้ากระจาย

ฉะนั้นจะต้องทำยังไงให้อิ่มถึงจะผอมได้ ร่างกายมันคือบ้านของเราทำไมเราต้องเอาขยะเข้ามาในบ้านเรา คือเราเองก็ต้องมีวินัยในตัวเองด้วย ถ้าอยากจะลดแต่ยังกินพิซซ่า

กินข้าวขาหมูมันก็ยากนะ เราต้องใช้ทั้งความอดทนความมุ่งมั่นกำลังใจและตัวช่วย ทำให้น้ำหนักมันลดลง เราสามารถลดน้ำหนักจาก 148 เหลือ 98 กิโลกรัม ลดไป 50 กิโลกรัมเลย

ซึ่งมันก็ทำให้ระบบร่างกายดีขึ้น ตอนนี้ไม่มีอาการหยุดหายใจขณะหลับแล้ว ประจำเดือนก็ปรับสมดุลมาได้ตามปกติ และก็ตั้งใจว่า อยากจะลดลงไปอีกเรื่อย ๆ

เพราะนอกจากจะทำให้สุขภาพดีแล้ว สิ่งที่เราได้ยินมาตลอดตั้งแต่เด็กคือ เป็นคนรูปร่างใหญ่ที่สวยนะ ก็เลยคิดว่า ถ้าเราผอมลงกว่านี้ก็น่าจะสวยขึ้นนะ อยากจะผอมเท่า ‘อั้ม พัชราภา’ ไปเลย”

About Supawadee Truststore Columnist

View all posts by Supawadee Truststore Columnist

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น