‘ชัชชาติ’ ขอคนกรุงเทพฯ ลางาน 4 วัน!

ขอคนกรุงเทพฯ ลางาน 4 วัน!
‘ชัชชาติ’ บินตรงอเมริกา ไปงานรับปริญญาลูกวัยเพียง 21 ปี

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน เวลาประมาณ 06.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ จากสนามบินสุวรรณภูมิ

กล่าวอำลาก่อนเดินทางไปยังเมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เพื่อร่วมงานรับปริญญาของนายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ หรือแสนดี บุตรชาย ซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี

นายชัชชาติกล่าวว่า ตนจะไม่อยู่เป็นเวลา 4 วัน ลาราชการเรียบร้อยแล้ว ระหว่างนี้ขอฝากกรุงเทพฯด้วย เป็นห่วง แต่ลูกอยากให้ไป เมื่อเสร็จงานรับปริญญาจะมีขึ้นในวันเสาร์นี้

จะบินกลับในทันทีในวันรุ่งขึ้น ถึงเมืองไทยวันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน อย่างไรก็ตาม ตนจะไลฟ์เฟซบุ๊กจากสหรัฐอเมริกา โดยเมื่อเดินทางถึงสนามบินที่ประเทศญี่ปุ่นในอีกราว 7 ชม. จะทดลองไลฟ์ดูก่อน

“คิดอยู่นานว่าจะไปดีหรือไม่ เพราะเราเพิ่งรับงานใหม่ แต่เขาอยากให้ไปมาก มันอาจเป็นหนเดียวในชีวิตที่ฝ่าฟันกันมา

เลยตัดสินใจไป จริงๆ แล้วจะไปพรุ่งนี้ แต่ไม่มีไฟลต์ เดินทางราว 18 ชม. ถึงที่นู่นราว 11 โมงเช้า หรือประมาณตี 1 ตามเวลาในไทย

วันนี้ขอมาลางานกับคนกรุงเทพฯก่อน แต่สั่งงานไว้หมดแล้ว และพร้อมเชื่อมโยงงานตลอดไม่ได้หายไปไหน ฝากกรุงเทพฯด้วยครับ” นายชัชชาติกล่าว

จากนั้น แอดมินเพจชัชชาติ สิทธิพันธุ์ สอนวิธีการไลฟ์ให้นายชัชชาติ โดยนายชัชชาติย้ำว่าระหว่างตนไม่อยู่ แอดมินต้องไปถ่ายทอดสดงานต่างๆ ด้วย แอดมินรับปาก

นายชัชชาติยังกล่าวถึงความคืบหน้าจากการที่ตนกล่าวเชิญชวน ปตท. ให้ปลูกต้นไม้ 1 แสนต้นเมื่อครั้งไปวิ่งที่สวนลุมพินี

ในวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า ปตท. ตอบรับแล้ว นอกจากนี้ บ.แสนสิริ จำกัด รับด้วย 20,000 ต้น ถือเป็นข่าวดี

ทั้งนี้ โลกออนไลน์ได้มีการพูดถึงคลิปของ แสนปิติ สิทธุิพันธุ์ ลูกชายของชัชชาติ ที่ให้สัมภาษณ์กับ Cochlear Southeast Asia ตั้งแต่ปี 2019

โดยที่ Cochlear เป็นคลินิกที่ให้การรักษา ผ่าตัดและฝังอุปกรณ์ประสาทหูเทียมเพื่อช่วยเหลือในเรื่องการได้ยิน

แสนปิติเล่าว่า พ่อแม่รู้ว่าแสนปิติไม่ได้ยินเสียง เพราะตอนอายุ 2 ขวบ ญาติ ๆ พยายามเรียกชื่อแต่แสนปิติไม่ได้ตอบสนองต่อเสียงเรียก

ซึ่งทำให้ทางชัชชาติและภรรยาพาแสนปิติไปหาหมอ และหมอบอกว่าแสนปิติไม่ได้ยินเสียง ตอนแรกแสนปิติติดเครื่องช่วยฟัง

แต่ก็ค่อนข้างใช้งานยากและต้องปรับตัวเยอะ จึงจำเป็นต้องหาทางแก้ปัญหาใหม่ ซึ่งคุณหมอได้แนะนำว่าในเคสของแสนปิติสามารถผ่าตัดและกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติได้ ผ่านการผ่าตัดและฝังอุปกรณ์กับ Cochlear

About Phatphitcha Truststore Columnist

View all posts by Phatphitcha Truststore Columnist

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น