ชีวิตล่าสุด ‘ทศพล หิมพานต์ ‘ เจ้าพ่อเพลงแหล่

พลิกขายลูกชิ้นปลดหนี้ ไปไหนคนจำไม่ได้ ‘ทศพล หิมพานต์’ เจ้าพ่อเพลงแหล่ หาเลี้ยงภรรยา 5 ลูก 8

ทศพล หิมพานต์ เปิดใจเส้นทางชีวิตจากสามเณรสู่ศิลปินเพลงแหล่แนวหน้าของเมืองไทย เผยช่วงโด่งดังสุดขีดได้ค่าตัวต่อวันหลักแสน

เปิดชีวิต ทศพล หิมพานต์ นักร้องและเจ้าพ่อเพลงแหล่คนดัง มีเมีย 5 คน ลูก 8 คน เลี้ยงดูพี่น้องเครือญาติ ลงทุนให้ทำธุรกิจแต่ไม่รอดหมด สูญเงินเกือบ 10 ล.สุดท้ายหันมาขายลูกชิ้น รายได้ดีมาก

ถ้าเอ่ยถึงนักร้องดัง เจ้าพ่อเพลงแหล่ของประเทศไทย ต้องนึกถึง “ทศพล หิมพานต์” ที่ร้องเพลงและทำขวัญนาคจนมีแฟนเพลงรักใคร่มาโดยตลอด

เริ่มจากตั้งแต่เด็กที่ซึมซับมาจากพ่อ แต่พ่อมาเสียชีวิตลงก็เลยไม่ได้ฝึกต่อ จึงไปบวชเณรและได้หัดจริงจังกับพระตั้งแต่อายุ 11 ขวบ

และเริ่มมีชื่อเสียงในนาม “สามเณรสมบูรณ์” ก่อนจะขึ้นเป็นพระและสึกออกมาเป็นทหาร รวมแล้วบวชมาประมาณ 12 ปี

กระทั่งได้มีโอกาสมาเป็นนักร้องในชื่อ ทศพล หิมพานต์ ก็เอาวิชาที่ร่ำเรียนมาสมัยตอนบวช มาทำขวัญนาคในช่วงที่เป็นนักร้องด้วย

ซึ่งก็ได้การตอบรับจากแฟนเพลงมาเป็นอย่างดี ตนร้องเพลงมา 23 ปี มีอัลบั้มไม่ต่ำกว่า 100 อัลบั้ม และมีคิวติดต่อให้ทำขวัญนาคตลอดทั้งปี

โดยรับค่าจ้างแหล่ประมาณ 7-8 หมื่นบ เป็นราคารวมหมู่คณะ ที่ผ่านมา เมื่อตนมีเงินก็อยากให้ญาติพี่น้องมีอาชีพ มีรายได้ไปด้วย เพราะตนมาจากคนไม่มีอะไรมาก่อน

พอมีเงินก็อยากสนับสนุนพี่น้อง ครอบครัว แต่ก็เจ๊งหมด โดยให้เงินไปลงทุน ทำอาชีพ อาทิ ออกรถให้ไปวิ่งขายซีดี วิ่งรถขายกับข้าว วิ่งรถตู้ ออกรถไถ สิบล้อ รถแบ็กโฮ

ให้พี่สาวลงทุนเลี้ยงวัวพันธุ์ดัง ๆ หลายร้อยตัว ก็เจ๊งหมดหลายล้าน พอมาทำวงดนตรีก็เจ๊งหมดไปอีก 3-4 ล้าน

คือเจ๊งหมด เรียกว่าลงทุนสูญเงินไปเกือบ 10 ล อย่างไรก็ตาม ตนยอมรับว่าสมัยยังเป็นนักร้องดัง ตนได้ซื้อที่ดินเก็บไว้ร้อยกว่าไร่

เพราะเราไม่เคยมีที่นา ก็ซื้อให้พี่น้องทำนาทำไร่ ส่วนตอนนี้ก็ลงทุนให้ลูกชายคนโตทำลูกชิ้นขาย ทำโรงงานให้ เพราะเขาชอบค้าขาย

แม้จะเรียนจบมาด้านอื่นก็ตาม ซึ่งเริ่มแรกลูกชายอยากขายสเต๊ก ตนก็ลงทุนให้ แรก ๆ ก็ขายดี แต่ 2-3 ปี ก็ไม่มีใครกิน จนมีเพื่อนแนะนำให้ทำลูกชิ้นขาย และทำรายได้ดีมาถึงปัจจุบัน

แล้วใครพาเข้าวงการร้องเพลง ? ทศพล หลังจากผมไปอยู่จันทบุรี ผมมีปัญหา คือด้วยความที่เราบวชมานาน ในการทำมาหากินก็อาจจะไม่ทันเขา

แล้วตอนหลังผมมีปัญหาเรื่องส่วนตัว แล้วในความเป็นอยู่ก็อัตคัด ไม่ไหว อยู่ไม่รอด ก็เลยจดหมายคุยกับหลวงพ่อ ท่านก็เอารถตู้มารับเลย เราก็ไปเลย

About Kornkanok Truststore Columnist

View all posts by Kornkanok Truststore Columnist

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น