ชีวิตล่าสุด ‘หนุ่มเสก เสกสรร’ แบก 1000 ล้านคิดลาโลก

เกือบทิ้งไว้เป็นตำนาน พลาดคิดลาโลกทั้งครอบครัว
ชีวิตล่าสุด ‘หนุ่มเสก เสกสรร’ ยืนขาแข็ง ขายเกาเหลา หวังปลดหนี้ให้ครอบครัวสบายสักวัน

อยู่ในวงการ 34 ปี หนุ่ม : ประมาณ 34 ปี ตอนนั้นเข้ามาในเรื่องเกมโชว์ คู่หูพลิกล็อก พอเล่นแล้วผมชนะได้แจ็กพอต ได้รถยนต์ พอเจ้าของบริษัทเขาเห็น เล่นสนุก ร้องเพลงได้ไหม

ตอนแรกให้เล่นละคร เรื่องเทวดาตกสวรรค์ แต่ว่าช่วงที่ไปเล่นใหม่ ผมไม่ได้เทรนด์เลยว่าอารมณ์อย่างนี้ต้องพูดยังไง สุดท้ายเขาเปลี่ยนตัว หลังจากนั้นเจ้าของบริษัทเหมือนสงสาร

ถามว่าร้องเพลงได้ไหม ลองร้องให้ฟัง ตอนนั้นเขาเปิดค่ายเพลงคีตา พอดี ผมก็เลยได้เป็นศิลปินเบอร์แรกของคีตา

หายหน้าหายตาจากหน้าจอไปนานมากๆ สำหรับ “หนุ่มเสก เสกสรร ชัยเจริญ” ที่วันนี้มาเปิดใจที่รายการ เปิดเผยเส้นทางบันเทิงกว่า 34 ปี

และประสบการณ์การทำธุรกิจจนล้มเป็นหนี้ 1,000 ล้าน พร้อมเปิดเผยข้อสงสัยเป็นเด็กของ “ป๋าเปรม ติณสูลานนท์” จริงหรือไม่

ยอมรับที่ตนสามารถเปิดคอมเพล็กซ์ที่มันใหญ่ขนาดนั้นได้เพราะบารมี “ป๋าเปรม” เล่าวินาทีธุรกิจมีปัญหา “ใช่ครับ บอกได้เลยว่าในชีวิตผมนอกจากคุณพ่อ คุณแม่

ผมคิดว่าป๋าเปรมเป็นผู้ที่มีบุญคุณอีกคนในชีวิต ที่ให้การสนับสนุน ให้การช่วยเหลือ ซัปพอร์ตทุกอย่าง เพราะผมรับใช้ป๋ามา รับใช้ยังไง เวลาป๋ามีงาน ผมก็ไปร้องเพลงให้ป๋าทุกงาน

จริงๆ ตอนสมัยเด็ก ตอนผมเรียนอยู่ที่สามเสน วันเด็กเขาจะเอาเด็กนักเรียนไปพบป๋าเปรมที่บ้าน ผมเป็นตัวแทนโรงเรียนไปพบป๋าที่บ้าน

หลังจากนั้นพอผมโตขึ้น ผมได้เป็นนักร้อง และได้ไปที่หอสมุดแห่งชาติ ผมก็ไปคัดหนังสือพิมพ์ลงหน้า1 นะ ไปขอซีล็อกเขามา แล้วมาใส่กรอบ แล้วมาหาป๋า

บอกป๋าครับนี่ผมตอนเด็ก นี่ผมได้เป็นศิลปินแล้ว ผมจะมาร้องเพลงรับใช้ป๋า มันก็เริ่มผูกพัน ป๋าก็ดีใจ เขาบอกนึกไม่ถึงเลย แล้วเขาก็ซัปพอร์ตทุกอย่าง


ตอนธุรกิจเจ๊งผมก็เซเหมือนกันนะ พอล้มไปปุ๊บผมเป็นหนี้ขึ้นมา 1,000 เลย พอมันหยุดปุ๊บ ดอกเบี้ยมันเพิ่ม ตอนแรกผมกลับไปบ้าน คิดไม่อยากอยู่แล้ว แต่เผอิญผมหันไปเห็นรูปป๋าที่แตะไหล่ผม

ล่าต่อจากนั้นก็โทร.ไปคุยกับ “ป๋าเปรม” ท่านให้กำลังใจ จากนั้นตนก็บวชทดแทนบุญคุณป๋าซึ่งถือเป็นที่สุดในชีวิตตน

ป๋าก็บอกว่าเสกไม่เป็นไร อายุเสกยังน้อย ไปเริ่มต้นใหม่ ถ้าวันนั้นไม่เห็นรูปป๋า ผมคงไม่ได้มานั่งคุยในวันนี้ ณ ตอนที่ป๋าพูด ผมอายุยังน้อย มันไม่ได้มีผมคนเดียวนะที่เจอแบบนี้ ก็ร้องไห้เลย แบบป๋าไม่โกรธนะ

บอกป๋าไม่เคยโกรธลูกเลย ไม่เป็นไรเสกมันล้มไป เราก็เริ่มต้นใหม่ เรายังมีความสามารถ เสกยังร้องเพลงได้ มีความสามารถเยอะแยะ ไปทำเถอะ พอผมคิดได้แล้ว ผมก็ไปกราบท่าน แล้วผมบวชให้ท่านนะผมบอกป๋าครับลูกไม่มีอะไรจะตอบแทน

ขอบวชทดแทนพระคุณป๋าแล้วกัน ผมบวชให้ป๋า แล้วป๋าก็ได้ใส่บาตรผมด้วย นี่คือสิ่งที่ผมสุดๆ แล้ว อย่างน้อยตอบแทนพระคุณของป๋าด้วยการบวชให้ป๋า

คนอื่นคิดในทางที่ไม่ดี คือคุณไม่รู้จักผม คุณก็ไม่รู้จักป๋า เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณพูดไม่ใช่ความจริง ถ้าผมทำอะไรอย่างที่คุณพูด ผมจะบอกเลยว่ามันใช่ แต่นี่มันไม่ใช่ ผมเจอป๋าผมก็กอดป๋า ผมเป็นลูก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น