ปัจจุบัน ‘ปิยะ ตระกูลราษฎร์’ ยังไม่ลืม ‘ไก่จ๋า’

ปัจจุบัน ‘ปิยะ ตระกูลราษฎร์’

เป็นอีกหนึ่งนักแสดงอาวุโสที่โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงไทยมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ สำหรับ ‘ปิยะ ตระกูลราษฎร์’ ที่ใครหลายคนอาจจะจดจำภาพ

‘ปิยะ ตระกูลราษฎร์’ ในบทครูหนุ่มผู้ยึดมั่นอุดมการณ์ในภาพยนตร์เรื่อง ‘ครูบ้านนอก’ รวมถึงนักพากย์มวย และกับหลากหลายอาชีพที่เขาทำมาตลอดในยุคหนึ่ง

จึงทำให้ได้รับฉายาว่า ชายหลายอาชีพ และในปัจจุบัน ‘ปิยะ ตระกูลราษฎร์’ ในวัย 68 ปี ก็ยังคงมีผลงานการแสดงและผลงานต่างๆ มาให้ติดตามกันอยู่บ้าง

แต่ทว่าช่วงสถาณการณ์ที่ผ่านมานั้นทำให้งานหด และขาดรายรับอย่างมาก จึงทำให้ ‘คุณปิยะ ตระกูลราษฎร์’ นั้น จำเป็นต้องนำตังค์เก็บที่เหลือมาใช้จนหมดและกลับไป

อยู่บ้านเกิดที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยในอดีตนั้น ‘ปิยะ ตระกูลราษฎร์’ ที่บ้านมีฐานะยากจน จึงจบการศึกษาชั้น ม.ศ.5 แล้วมาทำงานอยู่ในกรุงเทพ

มาอาศัยเป็นศิษย์วัด ช่างตัดผม รับจ้างแบกของในตลาด ขับรถสามล้อถีบเริ่มเข้าสู่วงการจากการเป็นตัวประกอบภาพยนตร์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 โดยภาพยนตร์เรื่องแรก

ที่ได้แสดงในฐานะตัวประกอบ เกือบร้อยเรื่องเลยทีเดียว จนกระทั่งวันหนึ่งเข้าตาจน รับบทนำครั้งแรกในปี พ.ศ. 2521 จากภาพยนตร์สะท้อนปัญหาสังคมเรื่อง

‘ครูบ้านนอก’ กำกับโดยสุรสีห์ ผาธรรม จากบทประพันธ์ของ คำหมาน คนไค แสดงคู่กับ ‘วาสนา สิทธิเวช’ ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้เป็นอย่างมาก จนได้แสดงภาพยนตร์

ในแนวนี้อีกหลายเรื่อง นอกจากนี้ ‘ปิยะ ตระกูลราษฎร์’ เป็นเพื่อนสนิทสนมกับ ‘พี่เป้า สายัณห์ สัญญา’ เคยแต่งเพลงให้สายัณห์ร้องหลายเพลง ที่มีชื่อเสียงคือเพลง

“ไก่จ๋า” ซึ่งพรรณนาถึงความรักที่มีต่อนักแสดงสาว ‘ไก่ ปริศนา วงศ์ศิริ’ เป็นที่เลื่องลือในขณะนั้น ซึ่งเคยเป็นอดีตคนรักกันจริงๆ โดย ‘ปิยะ ตระกูลราษฎร์’ เผยว่า

เป้าหมายในการแต่งเพลงคือต้องการเขียนทั้งหมดให้คนๆนั้น ที่เป็นอดีตคนรักได้ยิน เพราะจะไปเดินบอกตามถนนก็คงไม่ได้ ก็เลยแต่งเพลง ให้ ‘คุณสายัณห์ สัญญา’

นักร้องที่ได้รับความนิยมอยู่แล้วในช่วงนั้น มาถ่ายทอด ผ่านเนื้อเพลงให้ผู้หญิงคนนั้นได้รับรู้ว่าชีวิตของเราเป็นแบบนี้ เนื้อร้องก็กล่าวกันว่าเป็นการรำพึงรำพันถึงความรัก

ดั่งบทเพลงที่ว่า “โปรดจงรักเขานานๆ เปรียบเหมือนลบรอยชอล์กบนกระดาน โปรดจงรักเขานานๆ ลืมฉันเสียเถิดไก่จ๋า” ซึ่งเนื้อเพลงจะไม่มีการว่าผู้หญิง แต่เป็นการชื่นชม

มากกว่า ทั้งนี้ ‘ไก่ ปริศนา วงศ์ศิริ’ ก็เคยได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงช่วงชีวิตที่ผ่านมาถึงอดีตคนรักไว้ว่า “ตอนนั้นเรายังเป็นหนุ่ม-สาว กัน พอตอนหลังต่างคนก็ต่างมีงาน

ก็ติดต่อกันยาก แล้วช่วงนั้นเขาก็ชอบดูมวยมาก แล้วก็ไม่มีเวลาให้เราสุดท้ายก็แยกกันไป แล้วด้วยกาลเวลาที่ผ่านไปเราก็โตขึ้น มองย้อนกลับไปว่าเราไม่ควรทำแบบนั้น จริงๆ เราก็รักกันอยู่นะ เราออกมาจากเขาทั้งที่ยังไม่ได้ร่ำลา ณ เวลานั้น”

About Sirirat Truststore Columnist

View all posts by Sirirat Truststore Columnist

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น