บ้านสวน ‘ตุ๊ก ดวงตา’

บ้านสวน ‘ตุ๊ก ดวงตา’

ดารารุ่นใหญ่ ตุ๊ก-ดวงตา เปิดชีวิตรักครั้งแรกแบบหมดเปลือก ย้อนอดีตรับว่าเป็นผู้หญิงแรงคนหนึ่ง เพราะเป็นคนเป๊ะ ชอบความถูกต้องชีวิตผ่าน

ความรักมาหลายครั้ง ตั้งแต่แต่งงานมีบุตรตอนอายุ 21 ปี ชีวิตครอบครับไม่ประสบความสำเร็จ และมีความรักอีกหลายครั้งที่เจ้าตัวบอกเองว่า ถึงขั้นต้อง

เป็นบ้านน้อย ทั้งที่เคยเป็นแฟนกันมาก่อน และความรักที่บอกว่าเป็นเรื่องของเวรกร รม ทั้งเจอหนุ่มมากรักพาชีวิตสู่วิกฤต งานต่างๆปิดตัวไปหมด ละครก็ไม่มี

รายได้เป็นศูนย์ รายจ่ายเท่าเดิม ยังดีที่มีตังเก็บ ย้อนเส้นทางรักกันสักนิดโดยแม่ตุ๊กบอกว่า ย้อนกลับไปพูดถึงความรักที่จริงจังในชีวิตครั้งแรกที่คบหาก็คือ

พ่อของบุตร เราอยู่เมืองไทย ส่วนเขาอยู่เมืองนอก แล้วเขาเป็นคนมากรักอยู่แล้ว พอเราท้องเขาก็ยิ่งมากรักหนัก จนเราต้องโทร. สั่งให้เขากลับเมืองไทย ไม่อย่างนั้น

จะทำแ ท้ง แล้วก็เพราะความมากรักนี่แหละที่ทำให้ไปกันไม่รอด มาถึงรักครั้งที่ 2 ก็คบกันอยู่ แต่จู่ ๆ เขาก็มาบอกว่าเดี๋ยวเค้าจะต้องไปแต่งงานแล้วนะ เราก็ทำอะไรไม่ถูก

พอเขาแต่งงานเขาก็ไม่ยอมเลิกกับเรา แล้วบอกเราว่าก็เป็นคนรักของเขาทั้งคู่ ทำให้เรารู้สึกว่าเมื่อก่อนฉันเป็นแฟนเธอ แต่ตอนนี้ฉันต้องกลายมาเป็นบ้านน้อย ที่หนักกว่านั้นคือ

บ้านนู้นเขาก็รู้ว่าผู้ชายก็มีพี่อยู่ พูดได้เต็มปากเลยว่ารักครั้งนี้มันเป็นกรรม เพราะผู้ชายมากรักมาก ถึงขนาดที่เคยควงกิ๊กมาหาเรา แต่บอกกับเราว่าเป็นแฟนคลับเรา

จนเราหยุดขอจากไปแล้วอยู่กับบุตรของเราแม่เลี้ยงเดี่ยวสุดสตรอง มาถึงความรักครั้งที่สองเราเจอกันแบบเพื่อนคุยกับแบบเพื่อน เป็นรักที่ดีมากเรารู้สึก

ว่าคนนี้คือรักจริงๆ เขารักบุตรของเรา เราคบกัน 2 ปี แต่วันหนึ่งเขาก็เดินมาบอกเราว่าเขาต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ครอบครัวเลือกให้ ตอนนั้นเราเสียใจมากแต่ก็ต้องปล่อยเขาไป

จากนั้นเราก็มาเจอกับคนที่อายุน้อยกว่า คนนี้อยากจะเรียกว่าเป็นเวรกรรม เพราะเขาเจ้า ชู้มากและเป็นคนขี้หึงมาก

ทะเลาะกันบ่อยมากจะบอกว่าเวรกรรมกับคนนี้เราคบกัน 4 ปี เอาเงินให้เขาไปเล่นหุ้น แต่เขาก็ไม่ได้คืนเราเลยนะ ถามว่าหมดไปเยอะมั้ยก็เยอะมาก

จนสุดท้ายเราได้มาเจอแสงสว่างจากธรรมะจัดสรรให้ ทำให้เห็นว่าจากการมีความรักสำหรับเรามันคือความทุกข์ ซึ่งเธอเองก็ยังได้เผยว่า

“ชีวิตในวันนี้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดมาก เพราะธรรมะจัดสรร อย่างแท้จริงที่นำตัวเองมาสู่ทางสายนี้

ได้มาที่วัดป่าธรรมอุทยานแห่งนี้ จากคนที่มีงาน และอยู่ๆ ก็ตกงานอยู่เกือบเป็นปี ไม่มีใครจ้างงาน จนเราไม่อยากทำอะไรแล้วทีนี้เราก็มานั่งคิด


ทบทวนว่าที่เป็นอย่างนี้มันเพราะอะไร เพราะตัวเรา นิสัยของเราหรือเปล่า ก็คิดไปมาจนวันหนึ่งมันก็มีความรู้สึกว่าอยากจะมาที่วัดป่าธรรมอุทยาน

ที่จังหวัดขอนแก่นแห่งนี้ อยากเปลี่ยนตัวเอง ซึ่งเราก็ไม่รู้นะว่าเราจะทำได้มั้ย แต่พอเราได้มาแล้ว เราก็รู้เลยว่าที่นี่ทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปจริงๆ ค่ะ”

About areeya Truststore Columnist

View all posts by areeya Truststore Columnist

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น