ล่าสุด ‘จอย ติตัส’ แบกภาระเป็นเด็กเสิร์ฟที่อเมริกา

จากคนรักเจ้าชาย กลายเป็นแม่ค้าข้างทาง!
ชีวิตล่าสุด ‘จอย ติตัส’ อยู่ไทยไม่ไหว บินลัดฟ้าเป็นเด็กเสิร์ฟที่อเมริกา

เป็นอีกอดีตดาราดังที่เป็นที่พูดถึงในช่วงที่ผ่านมา สำหรับ ‘จอย ติตัส’ ที่มีผลงานมากมายเมื่อหลายปีก่อน มีแฟนเป็นถึงเจ้าชาย

ก่อนชีวิตกลับพลิกผันต้องกลายมาเป็นแม่ค้าขายข้าวต้ม อยู่ห้องเช่าราคาถูก หาเงินเลี้ยงครอบครัว โดยก่อนหน้านี้ ‘จอย ติตัส’

ก็ได้เข็นรถขายข้าวต้มมาตั้งแผงขายและเปิดใจทางช่อง 3 ว่า เข้าวงการมาได้เพราะไปเดินสยามแล้วมีคนเห็นเลยติดต่อให้ไปถ่ายแบบ

เริ่มแรกก็ถ่ายแบบขึ้นปกด้วยชุดว่ายน้ำเลย ตอนนั้นก็มีนิตยสารออกมาพร้อมกัน จากนั้นก็ไปเดินแบบ เคยถ่ายแบบได้ครั้งละประมาณ 50,000 บาท

ส่วนเรื่องคนมาจีบนั้นเจ้าตัวเผยว่า “มีมาเยอะแต่เราก็ทำงานเยอะ ยอมรับว่าเป็นแฟนเจ้าชายภูฏาน ตอนนั้นเรียนมาด้วยกันตอนอยู่บอสตัน

เราไม่เคยรู้เลยว่าเขาเป็นเจ้าชาย ซึ่งเขาก็ชวนไปเมืองเขา ตอนนั้นหัวใจแทบวาย คนนั่งที่พื้นกันหมด ตอนนั้นเป็นนางแบบ อายุ 20 กว่า ๆ

เราก็ไป ๆ มา ๆ แต่ตอนเลิกเราจะหนี เราคิดว่าเราไม่คู่ควรกับเขาด้วย เรามีลูกตั้งแต่อายุ 17 แต่ตอนนั้นไม่มีคนรู้เพราะไม่มีคนถาม

จอยมีลูก 3 คน เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ดูแลลูก 4 คน ส่งเรียนอินเตอร์ทั้ง 4 คน บางคนใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ ด้วยความที่จอยมีลูกเร็วด้วย

ร้านข้าวต้มทรงเครื่องนี้ก็เป็นสูตรของที่บ้าน เราก็หยิบสูตรที่บ้านที่เราทำกินกันมาทำขายดู เราก็หาต้นทุนรอบๆ ตัวเรา อันที่เราคิดว่าเราทำคล่องสุด

มาลุยขายดูชีวิตแม่ค้าเป็นอย่างไรบ้างเหรอ ก็สนุกดีนะคะ ตอนนี้จอยชอบเป็นแม่ค้านะคะ จากที่วันแรกยังพูดกับตัวเองเลยว่ากูมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง (หัวเราะ)

แต่ตอนนี้จอยรู้สึกว่าจอยได้เปิดโลกกว้างมากๆ ได้เจอคนเยอะแยะมากมายหลายรูปแบบ มันก็มีเรื่องให้เราเรียนรู้กับมัน แต่โชคดีที่ต้นทุนเราไม่ได้เป็นคนติดสวย

เราลุยๆ ติดดินมาตลอด เราธรรมดา” แต่ล่าสุด ‘จอย ติตัส’ ไม่สามารถขายของได้เหมือนเดิม ต้องปิดร้านชั่วคราว ทำให้ขาดรายได้

แต่ด้วยภาระที่ต้องแบกรับ ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจไปทำงานที่อเมริกาพร้อมลูกชาย “เราเปลี่ยนไปทำงานที่เมืองนอกแทน เพราะเรามีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเหมือนเดิม

พอไม่มีเงินก็เลยต้องไปอเมริกากับลูกชาย เพื่อทำงานแล้วส่งเงินกลับทางบ้านให้กับ พ่อ แม่ และลูกอีก 3 คนที่อยู่ที่เมืองไทย

จริง ๆ เพื่อนเคยชวนนานแล้วแต่เราไม่ไป เพราะคิดว่าเราโอเคกับที่นี่ ก็จะทำงานที่อเมริกาจนกว่าอะไร ๆ ที่ไทยจะดีขึ้น”

About Supawadee Truststore Columnist

View all posts by Supawadee Truststore Columnist

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น