‘แหม่ม เทพยุดา’ ปรองดองตระกูล ‘ต๋อย ไตรภพ ‘

เลือกแต่งน้องชาย ‘ต๋อย ไตรภพ’ ชีวิตปัจจุบัน ‘แหม่ม เทพยุดา’ นางเอกตาสีฟ้า ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน-อิหร่าน

อดีตนางเอกและนางแบบระดับแถวหน้าของเมืองไทยที่หลายคนคุ้นชื่อมานาน “แหม่ม เทพยุดา ศรียาภัย”เธอคือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของละครมากมาย

แต่น้อยคนนักที่จะมีโอกาสรู้จักตัวตนและเรื่องราวชีวิตของเธอ อยู่ในวงการฐานะนางแบบและนักแสดงก็ 37 ปีแล้วค่ะ เริ่มต้นจากการเป็น 10 ยอดนางแบบระพี

เป็นนางเอกตอนอายุ 16 คุณพ่อเป็นทูตซึ่งเป็นชาวอเมริกัน คุณแม่เป็นลูกครึ่งอิหร่าน-ไทย และสมัยก่อนนางแบบตัวสูงๆ ไม่ค่อยมี

เราเลยติด 1 ใน 10 นางแบบ แหม่มเกิดที่อเมริกา มาอยู่เมืองไทยตอนอายุ 7 ขวบ ชื่อจริงคือ “ดอริส เทเลอร์” พอเข้าวงการก็เลยใช้นามสกุลตามคุณแม่”

ย้อนอดีตรุ่งแรงเว่อร์ๆ กันหน่อย แหม่ม เทพยุดา สาวสวยลูกครึ่งไทย-อเมริกัน-อิหร่าน ตาสีเขียวสวย เวลาแสงตกกระทบดวงตาจะเปลี่ยนสีได้ด้วย

เป็นตาสีฟ้าและสีม่วงสวย ปัจจุบันเป็นภรรยาที่น่ารักของ ติ้ด ก่อเกียรติ ลิมปพัทธ์ น้องชายแท้ๆ ของพิธีกรร้อยล้าน ต๋อย ไตรภพ ลิมปพัทธ์

พิธีกรดังแห่งสยามประเทศจากรายการ ทูเดย์โชว์, ครัวคุณต๋อย ส่วนคุณแม่คือ คุณปทุมวดี ศรียาภัย สวยและเก่งจริง พูดได้มากถึง 6 ภาษา คือ อังกฤษ, ไทย, เยอรมัน, ฝรั่งเศส, อิหร่าน, สเปน

แหม่ม เทพยุดา ย้อนความทรงจำดีๆ ด้วยรอยยิ้มสดใส “พี่เล่นละครเยอะมากๆ เล่นจนจำชื่อละครไม่ได้

คือพี่จะรับละครติดๆ กันเลย และละครแต่ละเรื่อง ก็ชื่อคล้ายๆ กันด้วย พี่เล่นเป็นแม่ชม (ชมพู่ อารยา) กว่า 6 เรื่อง ทางช่อง 7 ชมก็ลูกครึ่ง พี่ก็ลูกครึ่ง

เลยได้เป็นแม่ลูกกันในละครหลายเรื่อง ตอนนั้นชมยังเด็กมากๆ อายุน่าจะ 16-17 ปีเอง ชมน่ารักมากกกกกก

เล่นละครเก่งมาก ขยันตั้งใจทำงาน เป็นเด็กดีมาก และแม่น้องชมก็น่ารักๆ ไม่วุ่นวายเหมือนแม่นางเอกคนอื่นๆ

สามีคือ “คุณก่อเกียรติ ลิมปพัทธ์” น้องชาย “คุณไตรภพ” เขาอยู่ช่อง 3 เราคนช่อง 7 มาพบกันได้ คือว่ามีวันนึงเพื่อนเราไปเล่นละครฝันที่เป็นจริง

แล้วเขาก็กลัว “อาฉลวย ศรีรัตนา” เขาก็เลยลากเราไปเป็นเพื่อน เราเองไม่อยากไป เพราะว่างานเยอะ ก็ไปนอนรอในรถ และได้เจอคุณก่อเกียรติ แต่เราเคยพูดไว้นะ ว่าจะไม่เอาคนในวงการเป็นสามี เพราะว่ามันไม่ใช่ แต่ว่าก็หนี

ไม่พ้นค่ะ แต่งงานอยู่ด้วยกันมาจะ 30 ปีแล้ว แต่ว่าสมัยนั้นต้องบอกว่าเรื่องครอบครัวเราไม่ได้เปิดเผย เพราะว่าเรายังอยู่ตรงนั้นอยู่ ก็จะเงียบๆ คือบอกว่าเป็นแฟนกันได้

แต่ไม่สามารถบอกว่าเป็นสามีภรรยากันได้ ก็ไม่ได้อึดอัดนะคะ เพราะว่าเป็นคนชอบอิสระ ถือว่ามนุษย์อยู่กันด้วยใจ ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องบอกว่าเราเป็นสามีภรรยากัน

แต่งงานกันใหญ่โตแต่อยู่กันไม่ได้นานไม่จำเป็น ทุกวันนี้เราก็อยู่กันด้วยความผูกพัน เขาป่วยเราป่วยดูแลกัน เขาไปไหนเราสบายใจ เขาไปไหนเราเชื่อใจเขา แค่นี้ก็จบแล้วค่ะ

About Phatphitcha Truststore Columnist

View all posts by Phatphitcha Truststore Columnist

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น