เปิดใจ ‘ถั่วแระ เชิญยิ้ม’ หลังมีข่าวเตียงหัก

ลูกไม่ยอมกลับมาหา 10 ปี-ห่างจอเพราะไม่มีงาน เปิดใจ ‘ถั่วแระ เชิญยิ้ม’ หลังมีข่าวเตียงหักกับ ‘น้าตุ่น’ ขายก๋วยเตี๋ยวแทยอาชีพตลก

“ถั่วแระ เชิญยิ้ม” ก็ไม่นิ่งนอนใจ ขอออกมาเคลียร์ข่าวทุกประเด็นร้อนแบบชัดๆ ถึงปมสาเหตุ “ลูกสาวไม่ยอมกลับเมืองไทยมานานเกือบ 10 ปี

ไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอเมริกาถาวร” เรียกว่าม้วนเดียวจบ ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่า “ไม่มีอะไรเลย ลูกไม่ได้งอนเลยไม่กลับไทย ไม่ได้เกิดเรื่องอะไรเลย

ไม่ได้แตกแยก ไม่ได้ทะเลาะอะไรเลย ลูกไม่กลับ ก็ไม่กลับก็แค่นั้นเอง ครอบครัวยังปกติ ไม่มีอะไร” นอกจากนี้ “ถั่วแระ เชิญยิ้ม” ยังย้ำชัดพูดต่ออีกว่า

“ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาเสียใจอะไร ในเมื่อเขายังมีภารกิจ ต่างคนต่างมีภารกิจ ลูกเดือดร้อนอะไรเราก็ส่งเสียให้ลูกตลอดเวลาในระหว่างที่ลูกเรียน

ช่วงนี้ลูกกำลังทำงานทำการก็ปล่อยให้ลูกทำงาน ผมพูดหลายครั้งแล้วว่าครอบครัวผมไม่ได้ทะเลาะ ลูกคือลูก ดูแลกันอย่างใกล้ชิด”

อยู่ในวงการบันเทิงมานานหลายสิบปี สำหรับตลกชื่อดัง ถั่วแระ เชิญยิ้ม ล่าสุดได้มาเปิดใจกับพิธีกรตัวแม่อย่าง หนูแหม่ม สุริวิภา ในรายการ โต๊ะหนูแหม่ม

ย้อนเล่ากว่าจะมีชีวิตที่สุขสบายอย่างทุกวันนี้ไม่ง่าย ผ่านเหตุการณ์และเจอบทเรียนมามากมาย พร้อมเผยสาเหตุแยกบ้านอยู่กับภรรยา ชีวิตในวัยเด็กเป็นยังไง

“ทางบ้านก็ฐานะปานกลาง ไม่ค่อยมั่งมีศรีสุขเท่าไร แต่ว่าเรา พี่น้องเราขยันทำงานกันหมด แต่ก่อนที่จะมาเป็นตลกเราเล่นมายากลมาก่อน คือไม่ได้รู้เรื่องเลยว่าตลกเขาเล่นกันยังไง

แต่มาอยู่พักนึงเรานั่งดูทีวีอยู่พ่อก็บอกให้เราไปอยู่ในทีวีแบบนั้นบ้างสิ เราก็บอกสักวันต้องทำให้ได้เพราะดูแล้วตลกมันไม่ได้ยากอะไรเลย แต่ชีวิตดันครูพักลักจำในเรื่องของมายากล

ไปส่งแฟนแถวสนามหลวง เราเห็นคนเขาเล่นกลกันก็จดจำมาเล็กๆ น้อยๆ จนมายากลมาถึงประเทศไทย เราก็เริ่มเล่นมาจากนั้น ทำอุปกรณ์ขึ้นมาขายเอง ซึ่งตอนนั้นก็ขายให้กับเพื่อนที่เล่นตลกคนนึงและเราก็ไปดูเขาเล่น

จนเราได้เข้ามาเล่นเอง ช่วงแรกๆ ถูกให้ไปเล่นเป็นพ่อก็ไม่มีคนขำ แต่ตอนนั้นเรามีเอกลักษณ์โพกผ้ามีหนวดมีเครา เราก็เลยสร้างตัวตนเป็นแบบนี้มาตลอด หลังจากนั้นก็เอามายากลมาผสมกับตลก

ซึ่งมันก็แปลกกว่าคณะอื่น ทำให้มีหลายคนทำตามมาหลังจากนั้น” มาขายก๋วยเตี๋ยวได้ยังไง? “ตอนที่เล่นตลกเราเห็นพี่ๆ ศิลปินทุกแขนงไม่ใช่เฉพาะตลก ว่าพอแก่ตัวไปแล้วทำไมถึงอยู่ในสภาพแบบนั้นกันเยอะมาก

เราก็เลยคิดว่าชีวิตเรามันโด่งดังจริง แต่สักวันบนยอดเขาจะต้องเหลือพื้นที่ให้เรายืนอีกน้อยนิดแน่ๆ ครับ คนอื่นก็ต้องปีนขึ้นไปเราก็ต้องเดินลงมาเรื่อยๆ และตรงนั้นเราจะทำยังไง

เราจะมีอะไรซัพอร์ตบ้างในชีวิต เกิดความคิดนี้เราก็คิดว่าค้าขายดีที่สุด จะขายเพชรขายพลอยขายคอมพิวเตอร์มันก็เป็นไปได้ยาก” “แต่ถ้าเป็นอาหารการกินเขาจะกินวันละมื้อ

วันละสามมื้อเช้ากลางวันเย็นเลย มองไปที่อาหารบวกกับภรรยาเป็นแม่ศรีเรือนเสน่ห์ปลายจวักสุดยอด เขาทำอะไรอร่อยไปหมด ซึ่งเป็นสูตรปัจจุบันตอนนี้เป็นสูตรของเราไม่ได้ไปซื้อแฟรนไชส์

ช่วยกันคิดช่วยกันลอง ซึ่งคนก็ติดใจชอบกัน ทุกวันนี้ยังรับออกงานนอกสถานที่ยังจัดอยู่ คนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จทั้งหมดนี้ก็คือภรรยา แต่ว่าก๋วยเตี๋ยวไม่รวมตลก ก๋วยเตี๋ยวก็อีกราคา ตลกก็อีกราคานึง”

About Naphatsawan Truststore Columnist

View all posts by Naphatsawan Truststore Columnist

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น