บ้านหลังที่ 80 ‘พลอย เฌอมาลย์’ ให้อยู่ฟรี

ไม่คิดเก็บเงินใช้คนเดียว-แอบขนขึ้นไปเปย์บนดอย บ้านหลังที่ 80 ‘พลอย เฌอมาลย์’ สร้างให้ไม่บอกใคร ดูแลคนยากไร้บนเขา

หลังจากที่ดารานักแสดงสาว พลอย เฌอมาลย์ ออกมาประกาศข่าวอำลาวงการละคร ก็ทำเอาแฟนคลับต่างพากันใจหายไปตามๆกัน แต่เธอก็ยังได้บอกไว้ว่า

จะยังเปิดรับโอกาสใหม่ๆ อยู่เสมอ ทั้งงานพิธีกรและงานภาพยนตร์ อีกทั้งยังขอบคุณแรงสนับสนุนจากแฟนคลับเสมอมา ฝีมือการแสดงที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

ตรึงสายตาให้ผู้ชมอยู่กับจอโทรทัศน์ได้เสมอ ทำให้สาวพลอย เฌอมาลย์ ขึ้นแท่นดารานักแสดงเบอร์ 1 ของวงการละครไทยเลยก็ว่าได้

ซึ่งนอกจากความสามารถของเธอที่หาตัวจับได้ยากแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่แฟนคลับชื่นชมมาเสมอ คือความใจบุญมีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน โดยเรื่องราวที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้

ของ พลอย เฌอมาลย์ คือเธอยังได้เป็นเจ้าภาพในการสร้างบ้านพอเพียงเพื่อคนยากไร้หลังที่ 80 ในโครงการของคุณสมชาย ศิริเทพทรงกลด ชายผู้ใจบุญที่มักจะอาสา

ไปช่วยเหลือชาวบ้านชาวดอยที่ยากลำบาก บนพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร นอกจากที่สาวพลอย เฌอมาลย์และครอบครัว จะร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพสร้างบ้านให้กับคนยากไร้แล้ว

เธอยังคอยสนับสนุนโครงการต่างๆ ของคุณสมชาย ศิริเทพทรงกลด โครงการละ 5,000 บ รวมแล้วเป็นเงินกว่า 35,000 บ คุณสมชาย ยังได้ขอบคุณความเมตตาและใจบุญของสาวพลอย

ที่คอยสนับสนุนโครงการดังกล่าวมาเสมอ อีกทั้งยังกล่าวอีกว่า ครอบครัวของสาวพลอยนั้น ได้ร่วมสร้างบ้านเพื่อคนยากไร้มาตั้งแต่เริ่มแรก หลายหลังมากๆ จนนับไม่ถ้วน

เรียกได้ว่าเป็นดารานักแสดงใจบุญผู้ปิดทองหลังพระจริงๆ ทั้งการบริจาคให้กับผู้ที่เดือดร้อน และสร้างบ้านให้กับคนจนคนยากไร้เสมอมา

ไม่แปลกที่ใครต่างก็ยกให้เธอเป็นนักแสดงเบอร์หนึ่งในใจ และคาดหวังจะได้ชมผลงานของเธอในอนาคต เฌอมาลย์เป็นบุตรสาวของพลเรือตรี สิริศักดิ์ บุญยศักดิ์ กับธัญดา นิลภิรมย์

มีพี่สาวร่วมบิดามารดาคือดารัณ บุญยศักดิ์ (ชื่อเดิม สินิทธา) เธออยู่ในครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว และได้รับการเลี้ยงดูจากยุพิน กฤษณรัตน์ ผู้เป็นยาย

เฌอมาลย์จบการศึกษาระดับประถมศึกษาโรงเรียนเซนต์โยเซฟระยอง จังหวัดระยอง ต่อมาได้ศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนโยนออฟอาร์ค กรุงเทพมหานคร

และมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ระดับปริญญาตรีคณะบริหารธุรกิจ วิทยาลัยลุ่มน้ำปิง (ปัจจุบันคือวิทยาลัยนอร์ทเทิร์น) จังหวัดตาก[5]

ในวัยเยาว์เธอเคยเปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ครั้นจำเริญวัยขึ้นจึงหันไปนับถือศาสนาพุทธ ซึ่งช่วงต้นปี พ.ศ. 2555 เธอกล่าวถึงทัศนคติที่มีต่อศาสนาว่า

“พลอยเป็นคนที่นับถือศาสนาพุทธ แต่นับถือศาสนาคริสต์ด้วยครึ่งหนึ่ง ซึ่งพลอยจะขอเชื่อในสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนเท่านั้น พลอยไม่เชื่อเรื่องดวง

พลอยเป็นคนที่เชื่อในตัวเองมากกว่า แต่ภายในปี พ.ศ. 2555 นั้นเองเธอได้หันไปนับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์

About Naphatsawan Truststore Columnist

View all posts by Naphatsawan Truststore Columnist

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น