บ้าน ‘รศ.ดร.สุนีย์ สินธุเดชะ’ ปรากฏตัวตัวอีกครั้ง ยังแข็งแรงแม้วัย 87 ปี

บ้าน ‘รศ.ดร.สุนีย์ สินธุเดชะ’ ปรากฏตัวตัวอีกครั้ง ยังแข็งแรงแม้วัย 87 ปี

เรียกได้ว่าหากพูดถึงนักพูดชื่อดังที่ใครหลา่ยคนรู้จักและคุ้นชื่อกันดี ต้องไปพ้นชื่อ อาจารย์แม่ หรือ รศ.ดร. สุนีย์ สินธุเดชะ ปัจจุบันอายุ 87 ปี

เกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2479 เป็นชาวจังหวัดตาก สมรสกับ พลอากาศตรี ประเทศ สินธุเดชะ มีบุตรสาวคนเดียว คือ ดร.นิธินาถ สินธุเดชะ เตลาน

และล่าสุดต้องบอกเลยว่ากลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ที่พูดถึงกันเป็นจำนวนมาก หลังจากมีการเปิดเผยภาพของ “อาจารย์แม่” หรือ รศ.ดร.สุนีย์ สินธุเดชะ

ครูบาอาจารย์ นักพูด พิธีกร ผู้บริหารสถานศึกษา ฯ ที่ปัจจุบันอายุ 87 ปี โดยบรรดาชาวเน็ตต่างพากันแห่แชร์ต่อและเข้ามาแสดงความคิดเห็น

พร้อมอวยพรให้ “อาจารย์แม่” มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ทั้งนี้ สำหรับประวัติเบื้องต้นของอาจารย์แม่ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี อักษรศาสตรบัณฑิต

และครุศาสตรบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การทำงานรับราชการเป็นอาจารย์สอนโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนขยับขยายเลื่อนขั้นมา

เป็นอาจารย์ประจำสาขาวิชาการสอนภาษาไทย ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอาจารย์พิเศษอีกหลายสถาบันการศึกษา

เมื่ออาจารย์แม่เกษียณอายุราชการ ก็เข้ามาเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต เป็นที่รักใคร่ของนักศึกษา และมักมีการออกงานของทางมหาวิทยาลัยอยู่เสมอ

เช่น พิธีไหว้ครู เป็นต้น ทัง้นี้ อาจารย์แม่นั้นมีชื่อเสียงมาจากการโต้วาทีที่จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยในช่วง 14 ตุลาและ 6 ตุลากับการโต้วาทีกับนักศึกษา

โดยมีการโต้ที่เด็ดขาด เฉียบแหลม สามารถตอบโต้ได้ทุกคำค้านของฝ่ายค้าน หยิบประเด็นใดมาก็สามารถโต้ได้หมด โดยอาจารย์แม่เคยเป็นนักพูดประจำรายการ

ทีวีวาที เป็นแขกรับเชิญยุคแรกกับรายการจันทร์กะพริบ รายการสี่ทุ่มสแควร์ และมักถูกเชิญให้ไปเป็นกรรมการตัดสินการพูดโต้วาทีหลายครั้ง เมื่ออาจารย์แม่มีอายุ

มากขึ้นก็เริ่มรับงานน้อยลงวางมือทั้งงานพูดและงานบริหาร ทั้งนี้ หลังจบการศึกษาจึงเข้ารับราชการเป็นอาจารย์สอน โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ต่อมาจึงย้ายมาเป็นอาจารย์ประจำสาขาวิชาการสอนภาษาไทย ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมทั้งเป็นอาจารย์พิเศษ

โรงเรียนผู้บังคับหมวดทหารอากาศ สถาบันจิตวิทยาและความมั่นคง มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล

(มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชในปัจจุบัน) วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ และอีกหลายสถาบัน อย่างไรก็ดีแม้ว่าจะผมขาวเต็มหัวแล้วแต่อาจารย์แม่ก็ยังคงมีรอยยิ้มที่สดใส

และหากใครอยากติดตามชีวิตเพิ่มเติมของอาจารย์มแ่ก็สามารถไปติดตามกันต่อได้ที่อินสตาแกรมและเฟสบุค้ส่วนตัวกันได้เลยบอกได้เลยว่าลูกศิษย์มากมายเลยทีเดียว

About Awitra Truststore Columnist

View all posts by Awitra Truststore Columnist →

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *